น้ำปู๋เครื่องปรุงรส ที่สำคัญในอาหารไทยภาคเหนือ

น้ำปู๋เครื่องปรุงรส ภาคเหนือ

น้ำปู๋เครื่องปรุงรส น้ำปู อ่านว่า น้ำปู๋ เป็นอาหารดั้งเดิมของชาวล้านนา ใช้เป็นเครื่องปรุงรสอาหารบางอย่าง เช่นเดียวกับกะปิ โดยมากจะทำน้ำปูในช่วงฤดูฝน หรือฤดูทำนา ชาวล้านนา นิยมนำน้ำปูมาตำน้ำพริก เรียกว่า น้ำพริกน้ำปู ใช้เป็นเครื่องปรุงอาหาร เช่น ยำหน่อไม้ แกงหน่อไม้ ตำส้มโอ ตำกระท้อน  การเคี่ยวน้ำปู ไม่ควรใช้ไฟแรง เพราะจะทำให้น้ำปูมีกลิ่นคาว ต้องใช้ปูเป็น ในการทำน้ำปู

ส่วนผสม

1. ปูนา 3 กิโลกรัม
2. ใบตะไคร้ซอย 2 ต้น
3. ใบขมิ้นซอย 1 ถ้วย
4. เกลือเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำ

1. โขลกใบขมิ้นและใบตะไคร้
2. ล้างปูนาให้สะอาด โขลกรวมกันให้ละเอียด
3. นำปูที่โขลกแล้วละลายน้ำ กรองเอาแต่น้ำปู
4. เคี่ยวน้ำปูโดยใช้ไฟอ่อน ประมาณ 8 ชั่วโมง จะได้น้ำปูข้นเหนียว เป็นสีดำ…

สูตรเด็ดเล้งแซ่บสุดซี๊ด อื้อหือ อร่อยแซ่บมาก

สูตรเด็ดเล้งแซ่บสุดซี๊ด

สูตรเด็ดเล้งแซ่บสุดซี๊ด  อร่อยว้าว ว้าว

สูตรเด็ดเล้งแซ่บสุดซี๊ด “ต้มเล้ง” หรือ “ต้มแซ่บกระดูกหมู” ที่นำกระดูกหมูเล้ง หรือกระดูกหมูต้มซุปมีเนื้อติดมาต้มให้เปื่อย จนน้ำซุปหวานแบบน้ำต้มกระดูก แล้วปรุงรสด้วยพริกขี้หนูสด มะนาว น้ำปลา รสชาติกลมกล่อม ซดร้อน ๆ ทานพร้อมข้าวสวย หรือเส้นต่าง ๆ ตามชอบ อื้อหือ อร่อยแซ่บมาก

ส่วนผสม เล้งแซ่บ

  • กระดูกเอียวเล้ง 1 กิโลกรัม (เลือกเอากระดูกชิ้นที่มีเนื้อติดให้มาก จะอร่อยที่สุด)
    • ข่า 1 หัว
    • ตะไคร้ 1 ต้น
    • ใบมะกรูด 3 ใบ
    • รากผักชี 6 ราก
    • พริกขี้หนูสวน ตามชอบ
    • พริกแห้งทอด
    • ผักชี

ส่วนผสม เครื่องปรุง

  • เกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะ
    • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมันหอย 1 ทัพพี
    • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
    • น้ำมะนาว ตามชอบ

วิธีทำเล้งแซ่บ

  1. ล้างกระดูกเอียวเล้งให้สะอาด
    2. เอาน้ำเปล่าใส่ให้เต็มหม้อ ตามด้วย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และเกลือ เอากระดูกเอียวเล้งใส่ลงไป ยกขึ้นตั้งไฟ ประมาณ 20 นาทีแล้วยกลง
    3. นำกระดูกมาล้างให้สะอาด ขั้นตอนนี้จะช่วยต้มเอาคราบฟองสีดำของกระดูกเอียวเล้งออกได้เป็นอย่างดี
    4. เปลี่ยนน้ำใหม่ให้เต็มหม้อ หรือจนท่วมกระดูกเอียวเล้งทั้งหมด ใส่รากผักชี และเกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อน้ำเดือดเติมซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลมะพร้าว ต้มต่ออีก 2 ชั่วโมง จนกระดูกเอียวเล้งได้ที่
    5. ตักพริกขี้หนูตำส่วนหนึ่งลงไปในถ้วย ตามด้วยน้ำมะนาวแล้วจึงตักต้มกระดูกเอียวเล้งลงไป แต่งหน้าด้วยผักชี พริกขี้หนูตำที่เหลือ และพริกแห้งทอดให้สวยงาม

 …

คั่วแคกบเป็นอาหารคล้ายกับแกงแค น้ำแกงน้อยกว่าแกงแค พอขลุกขลิก

คั่วแคกบเป็นอาหารคล้ายกับแกงแค

คั่วแคกบเป็นอาหารคล้ายกับแกงแค       อร่อย ขลุกขลิก

คั่วแคกบเป็นอาหารคล้ายกับแกงแค เมนู คั่วแคกบ เป็นอาหารคล้ายกับแกงแค แต่คั่วแคจะมีน้ำแกงน้อยกว่าแกงแค พอขลุกขลิกจึงเรียกว่าคั่วแค การจะหาคั่วแค่กบที่อร่อยและถูกปากเรานั้นหาร้านค่อนข้างยากแถมกว่าจะได้รับประทานต้องรอหลายนาทีแต่วันนี้เราจะนำสูตรการทำ คั่วแคกบ ที่สามารถทำเองงได้ที่บ้านให้อร่อย

ส่วนผสมคั่วแคกบ

กบ 2 ตัว
ตำลึง 1 ถ้วยตวง
ชะอม 1/2 ถ้วยตวง
ชะพลู 1/2 ถ้วยตวง
ถั่วฝักยาว 1/2 ถ้วยตวง
มะเขือเปราะ 1/2 ถ้วยตวง
มะเขือพวง 1/4 ถ้วยตวง
งิ้ว 5 ดอก
เห็ดลมอ่อน 1/2 ถ้วยตวง
ถั่วพู 1/2 ถ้วยตวง
ผักขี้หูด 1/2 ถ้วยตวง
ผักเผ็ด 1/2 ถ้วยตวง
ดอกข่า 3 ดอก
ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด 5 ใบ
ผักชีฝรั่ง 2 ต้น
ผักชี 1/2 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอม 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เครื่องแกงคั่วแคกบ
พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด
กระเทียม 10 กลีบ
หอมแดง 5 หัว
ข่าหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนชา
ปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำคั่วแคกบ

เริ่มต้นด้วยการเด็ดผักทุกชนิดแล้วนำไปล้างน้ำทำความสะอาดพักไว้ให้สะเด็ดน้ำจากนั้นค่อยเริ่มขั้นตอนต่อไป
จากนั้นนำกบนามาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำจากนั้นนำไปล้างทำความสะอาดเพื่อไม่ให้เนื้อกบมีกลิ่นคาวโดยล้างกับน้ำซาวข้าวจากนั้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
จากนั้นโขลกเครื่องแกงโดยโขลกพริกขี้หนูแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่าหั่น ตะไคร้ซอย กะปิ ปลาร้า เกลือ โขลกทั้งหมดให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นรอขั้นตอนต่อไป
จากนั้นนำหม้อขึ้นตั้งไฟใส่น้ำมันเล็กน้อยจากนั้นใส่พริกแกงแคลงไปผัดจนหอมตามด้วยเนื้อกบคั่วจนเนื้อกบสุกตามด้วยผักต่างๆตามลำลับการสุกจากยากไปง่ายจากนั้นเติมน้ำเล็กน้อยปรุงรสชาติด้วยน้ำปลาจากนั้นรอผักสุกใส่ข้าวคั่วลงไปปิดไฟเป็นอันเสร็จ…

เมนูคั่วเห็ดเผาะ ชาวล้านนานิยมรับประทาน มีหลายตำรับอาหารที่ใช้เห็ดเผาะเป็นส่วนผสม

เมนูคั่วเห็ดเผาะ

เมนูคั่วเห็ดเผาะ

เมนูคั่วเห็ดเผาะ หรือ คั่วเห็ดถอบ เห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ เป็นเห็ดที่ชาวล้านนานิยมรับประทาน มีหลายตำรับอาหารที่ใช้เห็ดเผาะเป็นส่วนผสม เช่น คั่วเห็ดเผาะ ต้มเห็ดเผาะกับน้ำพริกข่า แกงเห็ดเผาะ ห่อนึ่งเห็ดเผาะ

ส่วนผสม
1. เห็ดเผาะ 150 กรัม
2. เนื้อหมูบด 50 กรัม
3. ยอดมะขาม 10 กรัม
4. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
เครื่องแกง
1. พริกแห้ง 5 เม็ด
2. กระเทียม 5 กลีบ
3. หอมแดง 5 หัว
4. กะปิ 1 ช้อนชา
5. เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ล้างเห็ดเผาะให้สะอาด หั่นบางๆ
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อหมูบดลงผัดให้สุก
4. ใส่เห็ดเผาะลงผัดให้สุก
5. ใส่ยอดมะขาม แล้วผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ…

แกงไข่ผำอร่อยประโยชน์เยอะ เน้นใส่ตระไคร้และข่า มีทั้งในเครื่องแกง

แกงไข่ผำอร่อยประโยชน์เยอะ

แกงไข่ผำอร่อยประโยชน์เยอะ

แกงไข่ผำอร่อยประโยชน์เยอะ ผำ หรือไข่ผำ ไข่แหน หรือไข่น้ำ ชื่อภาษาอังกฤษว่า Water Meal เป็นพืชน้ำ คล้ายตะไคร่น้ำ เป็นเม็ดกลมหรือรี เม็ดเล็กๆ เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.1-0.2 มิลลิเมตร เท่านั้นเอง เป็นพืชในวงศ์ LEMNACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wolffia globsa Hartog & plass ขึ้นอยู่ผิวน้ำเป็นแพ เป็นกลุ่ม อาจมีลอยปะปนกับพืชน้ำชนิดอื่น เช่น จอกหูหนู แหนแดง ในน้ำนิ่ง ใส แถวบึง หนองน้ำ พบหากันมากิน มาขายมากในฤดูฝน  ผำ หรือไข่น้ำหรือไข่แหน ไม้น้ำชนิดหนึ่ง นิยมนำมาผัดใส่หมู เน้นใส่ตระไคร้และข่า มีทั้งในเครื่องแกง และใส่ข่า ตะไคร้ซอย และใบมะกรูดหั่น เพื่อดับกลิ่นคาวของผำ

ส่วนผสม

1. ผำ 1 ถ้วย
2. เนื้อหมูสามชั้น 100 กรัม
3. ข่าหั่น 7 แว่น
4. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
5. ใบมะกรูดซอย 5 ใบ
6. พริกชี้ฟ้าหั่น 2 ใบ
7. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย

เครื่องแกง

1. พริกแห้ง 10 เม็ด
2. กระเทียม 10 กลีบ
3. หอมแดง 3 หัว
4. ข่าหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
5. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
6. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
7. ปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
8. เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีการทำ

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. เจียวกระเทียมกับน้ำมัน ใส่เครื่องแกงลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่หมูสามชั้น ผัดให้หมูสุก
3. ใส่ข่า ตะไคร้ และพริกชี้ฟ้า ผัดให้เข้ากัน
4. ใส่ผำลงผัด ผัดจนสุก ปิดไฟ

คุณค่าทางโภชนาการไข่ผำ (ส่วนที่กินได้ 100 กรัม)
– น้ำ : 97.1 กรัม
– พลังงาน : 9 กิโลแคลอรี
– โปรตีน : 0.6 กรัม
– ไขมัน : 0.1 กรัม
– คาร์โบไฮเดรต : 1.5 กรัม
– ใยอาหาร : 0.3 กรัม
– เถ้า : 0.7 กรัม
– แคลเซียม : 59 มิลลิกรัม
– ฟอสฟอรัส : 25 มิลลิกรัม
– เหล็ก : 6.6 มิลลิกรัม
– วิตามิน A : 535 มิลลิกรัม
– ไทอะมีน (วิตามิน B1) : 0.03 มิลลิกรัม
– ไรโบฟลาวิน (วิตามิน B2) : 0.09 มิลลิกรัม
– ไนอะซีน (วิตามิน B3) : 0.4 มิลลิกรัม
– วิตามินซี : 11 มิลลิกรัม…

เมนูคั่วเห็ดหล่มยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ

เมนูคั่วเห็ดหล่มยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ

เมนูคั่วเห็ดหล่มยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ

เมนูคั่วเห็ดหล่มยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ เห็ด ถือเป็นยาอายุวัฒนะ มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสและมะเร็ง นอกจากเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญแล้วยังมีกรดอะมิโนถึง 21 ชนิด มีวิตามิน บี 1 บี 2 สูง มีวิตามินดีสูง ช่วยบำรุงกระดูกและมีปริมาณโซเดียมต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงกำลัง บรรเทาอาการไข้หวัด

คั่วเห็ดหล่ม หรือผัดเห็ดหล่ม เห็ดหล่ม เป็นคำเรียกเห็ดในตระกูลเห็ดหอม มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น เห็ดหล่มกระเขียว เห็ดตะไคล เห็ดหอม เป็นเห็ดที่มีกลิ่นหอม รสดี อาหารชนิดนี้ใช้เห็ดเป็นส่วนผสมหลักเมื่อนำมาปรุงด้วยวิธีคั่วกับน้ำมันพืชปริมาณเล็กน้อย และใส่กระเทียมลงเจียว หรือจะใช้นำ้แทนน้ำมันพืชก็ได้ และปรุงรส กลิ่นตามชอบ เป็นอาหารจานเด็ดพื้นบ้านในช่วงฤดูฝน

ส่วนผสม

1. เห็ดหล่ม 1 ถ้วย
2. เนื้อหมูสับ 50 กรัม
3. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เครื่องแกง
1. พริกหนุ่ม 2 เม็ด
2. หอมแดง 3 หัว
3. กระเทียม 5 กลีบ
4. กะปิ 1 ช้อนชา
5. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1. โขลกพริกหนุ่ม หอมแดง กระเทียม และกะปิ รวมกันให้ละเอียด
2. ใส่เห็ดหล่มย่างไฟ โขลกรวมกัน
3. เจียวกระเทียมกับน้ำมัน ใส่หมูสับ ผัดจนหมูสุก
4. ใส่ส่วนผสมที่โขลกแล้ว ผัดให้เข้ากัน พอสุก ปิดไฟ…

ถั่วเน่าเมอะอาหารที่ทำมากจากถั่วเหลือง ต้มเปื่อยหมัก อร่อยจนคุณตกใจ?

อาหารที่ทำมากจากถั่วเหลืองต้มเปื่อยหมัก

อาหารที่ทำมากจากถั่วเหลืองต้มเปื่อยหมัก

อาหารที่ทำมากจากถั่วเหลืองต้มเปื่อยหมัก  ถั่วเน่าเมอะ เป็นอาหารที่ทำมากจากถั่วเหลืองต้มเปื่อยหมัก และนำมาโขลกให้ละเอียด ห่อใบตอง และย่างไฟ  ถ้านำถั่วเหลืองต้มเปื่อยหมัก และนำมาโขลกให้ละเอียดมาทำเผ็นแผ่นกลมตากแห้ง เรียกว่า ถั่วเน่าแข็บ เชื่อกันว่า อาหารที่ทำจากถั่วเหลืองนี้ ได้รับอิทธิพลมาจากชาวไทใหญ่

ส่วนผสม

1. ถั่วเน่าเมอะ 1 ถ้วย
2. ไข่ไก่ 3 ฟอง
3. หอมแดง 5 หัว
4. ข่าหั่น 10 แว่น
5. ตะไคร้หั่น 2 ช้อนโต๊ะ
6. ใบมะกรูดซอย 2 ช้อนโต๊ะ
7. พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ
8. เกลือ 1 ช้อนชา
9. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. โขลกเกลือ ข่า ตะไคร้ รวมกันให้ละเอียด
2. ใส่หอมแดง พริกป่น โขลกรวมกันให้ละเอียด
3. ใส่ใบมะกรูด โขลกจนใบมะกรูดละเอียด
4. ใส่ถั่วเน่าเมอะ โขลกต่อจนส่วนผสมเข้ากัน
5. เจียวกระเทียมกับน้ำมัน ใส่ส่วนผสมที่โขลก ลงผัดให้หอม
6. ใส่ไข่ไก่ ผัดให้เข้ากัน
7. ผัดต่อจนไข่สุก ปิดไฟ…

ผัดหน่อไม้อาหารเส้นใยสูง กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เมื่อหน่อไม้ผ่านการย่อยร่างกายจะดูดซึมสารอาหาร

ผัดหน่อไม้อาหารเส้นใยสูง

ผัดหน่อไม้อาหารเส้นใยสูง

ผัดหน่อไม้อาหารเส้นใยสูง หน่อไม้เป็นอาหารที่ให้เส้นใยสูงจึงช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เมื่อหน่อไม้ผ่านการย่อยร่างกายจะดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย อีกทั้งยังมีโปรตีนจากเนื้อหมูและคุณค่าทางโภชนาการจากเครื่องปรุงต่างๆ คั่วหน่อไม้ หรือผัดหน่อไม้ หรือคั่วหน่อ ถ้าชอบใบขิง หั่นใบขิงโรยหน้า หรือผัดลงไปตอนที่หน่อไม้ใกล้สุกแล้ว หรือเติมใบแมงลักก็ได้ บางสูตร ย่างพริกสดแล้วปอกเปลือกแล้วผัดลงไปกับหน่อไม้ หรือใช้พริกสดแทนพริกขี้หนู

  บาคาร่า
ส่วนผสม
1. หน่อไม้ 2 ถ้วย
2. เนื้อหมูสามชั้น 50 กรัม
3. พริกชี้ฟ้า 3 เม็ด
4. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง
1. พริกขี้หนู 7 เม็ด
2. กระเทียม 10 กลีบ
3. หอมแดง 5 หัว
4. กะปิ 1 ช้อนชา
5. ปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
6. เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีการทำ

1. ใช้ส้อมหรือไม้แหลมฉีกหน่อไม้ที่ต้มแล้วให้เป็นฝอย
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. เจียวกระเทียมที่สับแล้วให้พอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม ใส่หมูสามชั้น
4. ผัดให้หมูสุก ใส่พริกชี้ฟ้าที่หั่นเฉียง ใส่หน่อไม้
5. ผัดให้เข้ากัน พอสุก ปิดไฟ…

คั่วจิ๊นส้มอาหารล้านนา

คั่วจิ๊นส้มอาหารล้านนา

คั่วจิ๊นส้มอาหารล้านนา

คั่วจิ๊นส้มอาหารล้านนา คั่วจิ๊นส้ม หรือคั่วแหนม หรือผัดแหนม นิยมผัดใส่ไข่ไก่ และวุ้นเส้น ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ มักนิยมผัดใส่บ่าลิดไม้ หรือผัดแหนมใส่ฝักเพกาอ่อนย่างไฟ ซึ่งนำลอกเปลือกออก และหั่นย่อย   บาคาร่า

1. จิ๊นส้ม 100 กรัม
2. วุ้นเส้น 1/2 ถ้วย
3. ไข่ไก่ 2 ฟอง
4. หอมหัวใหญ่ 1 หัว
5. ต้นหอม 2 ต้น
6. พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
7. กระเทียมดอง 2 หัว
8. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีการทำ
1. เจียวกระเทียมกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่แหนม ลงผัด
2. ใส่หอมหัวใหญ่ ผัดให้เข้ากัน
3. ใส่วุ้นเส้น ผัดจนวุ้นเส้นสุก
4. ใส่ไข่ไก่ ผัดให้เข้ากัน
5. ใส่พริกชี้ฟ้า ต้นหอม มะเขือเทศ และกระเทียมดอง ผัดให้เข้ากัน พอสุก ปิดไฟ…

ลดไขมันหน้าท้อง และ วิธีสร้างกล้ามหน้าท้อง แบบง่ายๆ

ลดไขมันหน้าท้อง และ วิธีสร้างกล้ามหน้าท้อง แบบง่ายๆ

ลดไขมันหน้าท้อง และ วิธีสร้างกล้ามหน้าท้อง แบบง่ายๆ

ลดไขมันหน้าท้อง

ไขมันเนื้อหน้าท้องนั้นเป็นไขมันส่วนที่ยากที่สุด ที่เราจะสามารถเอาไขมันส่วนนี้ ออกจากร่างกายของเราได้ เนื่องจากไขมัน มักจะมาสะสมอยู่ในบริเวณนี้ซะเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งไขมันเก่าที่สะสมมานาน และไขมันใหม่ที่เกิดจากการรับประทานอาหารแบบตามใจปากของเรา จนในที่สุดแล้วเราจะได้รับฉายาสไตล์เกาหลีจากเพื่อนๆ ว่า “พุงนำนม” เมื่อเวลานั้นมาถึง ความอ้วนก็มาเยือนคุณสาวๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ บาคาร่า

ก่อนที่เราจะได้รับฉายาพุงนำนมใหม่นี้ เรามาเรียนรู้ วิธีลดไขมันหน้าท้อง และ วิธีสร้างกล้ามหน้าท้อง กันดีกว่า
เตรียมตัว ลดไขมันหน้าท้อง ก่อนรู้ วิธีสร้างกล้ามหน้าท้อง
สำหรับการสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องนั้น สิ่งจำเป็นที่เราต้องทำมากที่สุดก็คือ การป้องกันไม่ให้มีไขมันมาสะสมที่หน้าท้องเพิ่มขึ้นนั่นเอง และวิธีที่เราสามารถทำได้ในทุกๆวัน ก็คือ การจำกัดการรับประทานอาหาร โดยคำนึงถึงแคลอรี่ของอาหารแต่ละชนิดที่เราต้องการทานเข้าไป มีอีกเรื่องหนึ่งที่เพื่อนๆ ต้องทำความเข้าใจด้วย นั่นก็คือ เรื่องของความสามารถของร่างกายในการเผาผลาญไขมัน โดยปกติแล้ว ร่างกายจะสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากถึง 2,000 กิโลแคลอรี่ สำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงจะสามารถเผาผลาญแคลอรี่ต่อหนึ่งวันประมาณ 1,500 กิโลแคลอรี่เท่านั้น
หายใจอย่างไร ช่วยลดไขมันหน้าท้องได้
เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า การลดไขมันหน้าท้อง ต้องใช้การควบคุมอาหารเป็นปัจจัยหลัก สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่ง ที่สามารถช่วยให้เราลดไขมัน ในบริเวณหน้าท้องได้ คือการหายใจที่ถูกวิธี เพื่อนๆ จะต้องหายใจให้เป็นด้วย โดย การหายใจเข้าไปในร่างกายลึกๆ และหายใจออกอย่างช้าๆ วิธีการนี้ นอกจากจะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมันแล้ว ยังช่วยทำให้เรามีสมาธิ ในการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
วิธีการสร้างกล้ามเนื้อ ในชีวิตประจำวัน
เพื่อนๆทราบหรือไม่ว่า เราสามารถสร้างกล้ามเนื้อ โดยที่เราใช้ชีวิตได้อย่างปกติได้ ไม่จำเป็นจะต้องไปสถานที่สำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น วิธีสร้างกล้ามหน้าท้อง ช่วงเช้าเวลาตื่นนอน เมื่อเราตื่นนอนในตอนเช้า เราจะออกท่ากายบริหาร กล้ามหน้าท้อง วิธีการดังต่อไปนี้ คือ ให้เพื่อนๆ นอนหงาย มือทั้งสองข้าง วางเหยียดตรงเทียบข้างลำตัว โดยคว่ำฝ่ามือทั้งสองข้างของเราด้วย หลังจากนั้น ให้เพื่อนๆ เกร็งต้นขาของเราทั้งสองข้าง ในลักษณะของขาที่ตรงเหยียดด้วย หายใจเข้าให้ยกขาทั้งสองข้างขึ้น ให้ได้ 90 องศา โดยให้ตรึงมือทั้ง 2 ข้าง ไว้ที่เดิม หายใจออก ให้นำขาทั้ง 2 ข้างลง ทำ 3 เซตๆ ละ 20 ครั้ง ทุกเช้า ระยะเวลาการเห็นผล ถ้าเพื่อนๆ ขยันทำทุกวัน เดือนแรกก็เห็นผลแล้วล่ะค่ะ
วิธีสร้างกล้ามหน้าท้องด้วยท่าง่ายๆ
นอกจากนี้เรามีวิดีโอแนะนำท่ากายบริหารง่ายๆ ที่คุณสาวๆ สามารถทำได้ที่บ้าน ทำทุกวัน ไขมันหาย กล้ามหน้าท้องอันสวยงามแบบ Six Pack สำหรับสำหรับสาวๆ มาให้เห็นพร้อมอวดโฉมได้ไม่อายใครแน่นอน
สร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างไร ให้เห็นผลเร็ว
สำหรับสาวๆ ที่มีไขมันสะสมมาก แต่อยากมีกล้ามเนื้อหน้าท้อง เหมือนคนอื่นเขาบ้าง เรามีคำแนะนำให้เพื่อนๆ ดังนี้ เวลาที่เพื่อนๆ ไปออกกำลังกายนั้น ควรจะออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งด้วย และการออกกำลังกายแต่ละครั้งนั้น ก็ควรจะออกกำลังกายต่อครั้งอย่างน้อย 45 นาที ขึ้นไป ส่วนการออกกำลังกายระหว่างคาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่ง เราควรที่จะออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งก่อน เพราะเรายังมีแรงยกน้ำหนักอยู่ แต่ถ้าเราไปออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอก่อน เราก็จะออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งได้ดีไม่เท่าที่ควร
เกร็ดความรู้
สาวๆ อย่างเราสามารถออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งได้ โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของกล้ามจะใหญ่ เพราะการจะเกิดกล้ามเนื้อที่ใหญ่ได้นั้น เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์ และสารอาหารที่เยอะมากกระตุ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งกล้ามที่สวยงาม แต่ถ้าสาวๆ ไปฝึกออกกำลังกายแบบนี้ สิ่งที่ได้ก็คือ หุ่นของสาวๆ จะเซ็กซี่ขึ้นมาอีกเป็นกองเลยค่ะ