เจแปนนิสชีสขนมเค้ก เค้กยอดฮิต

เจแปนนิสชีสขนมเค้ก เค้กนุ่มละมุนลิ้น

เจแปนนิสชีสขนมเค้ก ส่วนประกอบ
ครีมชีส 250 กรัม
เนยจืด 100 กรัม
วิปปิ้งครีม 100 กรัม
นมสด (รอบที่ 1) 100 กรัม
นมสด (รอบที่ 2) 60 กรัม
แป้งข้าวโพด 30 กรัม
ไข่แดง 150 กรัม
กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ขาว 240 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทรายละเอียด 150 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง ตามชอบ
ผงโกโก้ ตามชอบ
ช็อคโกแลต ตามชอบ

กระบวนการทำเจแปนนิสชีสขนมเค้ก
1. ผสมครีมชีส เนยจืด วิปปิ้งครีม และนมสด ลงชามผสม แล้วคนให้พอละลาย
2. นำไปคนบนหม้อที่ต้มน้ำเดือดไว้ คนยากจนครีมเนื้อเนียน แล้วก็นำลงมาจากหม้อ
3. เทนมสดแยกไว้ถ้วยชามเล็กแล้วผสมแป้งข้าวโพดลงไป
4. เทนมที่ผสมแป้งข้าวโพด ลงไปผสมรวมกับส่วนประกอบแรก ทยอยเทลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
5. ใส่ไข่แดง กลิ่นวานิลลา และก็น้ำเลมอนลงไป แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นก้นำไปกรองเอาเศษแป้งออก
6. ตีไข่ขาวให้คืนฟู แล้วต่อจากนั้นก็ผสมครีมออปทาร์ทาร์ รวมทั้งน้ำตาลละเอียด ตีจนถึงตั้งยอดได้ จากนั้นก็เอามาผสมกับส่วนประกอบแรก ค่อยๆตล่อมจนเหมาะ แล้วก็เทลงแม่พิมพ์
7. นำเค้กเข้าเตาอบด้วยความร้อน 120 องศา ใช้เวลา 90 นาที เมื่ออบออกมาแล้วก็แกะออกจากแม่พิมพ์ โรยน้ำตาลไอซิ่งให้ทั่ว
8. ตกแต่งหน้าด้วยช็อคโกแลตตามใจชอบได้เลยจ้ะ

ที่มา food.mthai

ช็อคบอล หวานเพลินอร่อย

ช็อคบอล เหมาะกับวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึง

ช็อคบอล ส่วนประกอบ
ผงโกโก้ 5 ช้อนโต๊ะ
เนยสด 1/3 ถ้วย
นมข้นหวาน 3/4 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วย
นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
เนยสด 1/3 ถ้วย
นมข้นหวาน 3/4 ถ้วย
ซอสช็อกโกแลต สำหรับเคลือบช็อคบอล
ช็อกโกแลตชิพ รูปหัวใจ

แนวทางการทำ ช็อคบอล
1.ผสมผงโกโก้ เนยสด และนมข้น แล้วนำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลา 2 นาที พอให้เนยละลาย
2.ใส่ไข่ไก่ลงไป ตามด้วยกลิ่นวานิลลา แป้งสารพัดประโยชน์ รวมทั้งนมข้นจืด คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นก็นำไปใส่ไมโครเวฟ 2 นาที ออกมาก็จะเป็นขนมเค้กช็อกโกแลต
3.นำช้อนส้อมมายีขนมเค้กอย่างละเอียด ใส่นมข้นหวาน แล้วก็เนยสดลงไป ขยำให้ถูกกันจนปั้นได้เป็นก้อน
4.ปั้นช็อกโกแลตเป็นก้อนกลมๆแล้วนำไปเคลือบด้วยซอสช็อกโลแลต รวมทั้งนำไปกลิ้งบนช็อกโกแลตชิพรูปหัวใจ

ที่มา food.mthai

ขนมลูกเต๋า ทำง่ายๆไม่ยาก

ขนมลูกเต๋า เตรียมวัตถุดิบมีอะไรบ้าง

ขนมลูกเต๋า ส่วนประกอบ
ถั่วเขียว (นึ่ง) 1 1/2 ถ้วย
น้ำตาล 1 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำกะทิ 2 ถ้วย รวมทั้ง น้ำกะทิ 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วย
น้ำปูนใส 1 ช้อนชา
ไข่แดง 1 ฟอง
น้ำมันรำข้าว 4 ช้อนโต๊ะ
แป้งอเนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วย
งาดำ

กระบวนการทำ ขนมลูกเต๋า
1. ผสมถั่วเขียวที่นึ่งแล้ว กับ น้ำตาล เกลือ รวมทั้งน้ำกะทิ 2 ถ้วย กวนจนถึงถั่วเขียวละเอียดเนียนจนกระทั่งสามารถปั้นได้เป็นก้อน ปั้นเป็นก้อนกลมๆเล็กๆจัดเตรียมเอาไว้ก่อน
2. ผสมน้ำกะทิ 4 ช้อนโต๊ะกับน้ำตาลปีบ นำเข้าไมโครเวฟ 3 นาที ให้น้ำตาลปีบละลาย
3. ผสมน้ำปูนใส ไข่แดง และก็น้ำมันรำข้าว ใส่ลงไปในน้ำตาลปีบที่ละลายกับน้ำกะทิ
4. เทแป้งสารพัดประโยชน์ลงชามผสม เทส่วนประกอบที่ได้ผสมเอาไว้ เทลงไป นวดให้เข้ากัน
5. ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมๆให้ใหญ่กว่าไส้ถัวเขียว ต่อจากนั้นก็นำไส้ถัวเขียวที่เตรียมไว้ใส่ลงไปตรงกลาง แล้วหุ้มปิดไส้ให้มิด
6. ใช้นิ้วมือจับแป้ง จากก้อนกลมๆให้เป็นสีเหลี่ยมลูกเต๋า
7. นำงาดำมาโรยบนตัวขนม ด้านใดด้านหนึ่ง
8. นำขนมไปจี่บนกระทะ ให้สุกทั้งสี่ด้าน จนกระทั่งขนมเปลี่ยนสีเป็นสี่น้ำตาลอ่อนๆเสร็จและนำขึ้นมาจัดใส่จานได้เลยจ้ะ

ที่มา food.mthai

 …

ขนมทองม้วนสดมะพร้าวอ่อน ทำกินเองที่บ้านได้

กระบวนการทำ ขนมทองม้วนสดมะพร้าวอ่อน

ขนมทองม้วนสดมะพร้าวอ่อน ส่วนประกอบรวมทั้งวิธีทำ
แป้งสิงคโปร์ 130 กรัม
แป้งท้าวยายม่อม 15 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 10 กรัม
เกลือสมุทร ¼ ช้อนชา
ไข่ไก่ 1 ฟอง
หัวกะทิ ¾ ถ้วย
น้ำตาลมะพร้าว 120 กรัม
งาขาว งาดำคั่ว อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
เนื้อมะพร้าวอ่อนขูดเส้น ½ ถ้วย
สีผสมอาหารสีเหลือง เขียว ม่วง
น้ำมันมะพร้าวสำหรับทากระทะ

ขั้นตอนการทำขนมทองม้วนสดมะพร้าวอ่อน
ร่อนแป้งมันสำปะหลัง แป้งท้าวคุณยายม่อม และก็แป้งข้าวเจ้ารวมกันในอ่างผสม ใส่เกลือ ไข่ไก่ ใช้มือนวดให้เข้ากัน
ค่อยๆใส่หัวกะทิทีละน้อย นวดต่อกระทั่งแป้งเหนียว ใส่น้ำตาลมะพร้าว นวดจนน้ำตาลละลายหมดรวมทั้งแป้งเนียน
พักแป้งในตู้แช่เย็น 20 นาที นำออกมาใส่งาขาว งาดำ รวมทั้งน้ำมันมะพร้าว
แบ่งเป็น 3 อ่างเท่าๆกัน ใส่สีผสมอาหาร คนให้เข้ากัน
ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟอ่อน พอกระทะร้อน ทาด้วยน้ำมันมะพร้าวบางๆหยอดแป้ง เกลี่ยเป็นวงกลมบางๆ
วางเนื้อมะพร้าวอ่อน ใช้ฝาหม้อปิดให้ระอุ พอแป้งเริ่มสุก เปิดฝาหม้อ พลิกกลับด้านทอดต่ออีกหน่อย
ตักแป้งขึ้นพักบนตะแกรงเพื่อไล่ความชื้น ม้วนเป็นแท่งๆจัดเสิร์ฟ

ที่มา food.mthai

ไก่ต้มเหล้าจีน กับน้ำจิ้มรสเด็ด

ไก่ต้มเหล้าจีน สูตรวิธีการทำและวิธีการทำ


ไก่ต้มเหล้าจีน ส่วนประกอบ
น้ำเปล่า 1 ลิตร
ขิง 20 กรัม
กระเทียม 20 กรัม
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
สะโพกไก่ 1 โล
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนประกอบ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว
เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม (สับ) 10 กรัม
พริกแดงจินดา (สับ) 15 กรัม หรือตามชอบค่ะ
ขิง (สับ) 10 กรัม

วิธีการทำไก่ต้มเหล้าจีน
1. ตั้งหม้อต้มน้ำใส่ขิงรวมทั้งกระเทียม เพื่อไม่ไก่มีกลิ่นคาว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและซอสหอยนางรม
2. ใส่น้ำตาลทราย คนจนเครื่องปรุงเข้ากันดี จากนั้นก็ใส่สะโพกไก่ลงไปต้ม แล้วก็ใส่เหล้าจีน ต้มจนไก่สุก และก็เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อไก่
3. ทำน้ำจิ้มเตรียมไว้โดยผสมเต้าเจี้ยว น้ำปลา น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว รวมทั้งน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
4. ผสมกระเทียมสับ ขิงสับและพริกแดงจินดาสับ เสร็จแล้วคนให้เข้ากัน เสิร์ฟพร้อมไก่ สับให้พอดิบพอดีคำ

ที่มา food.mthai

น้ำพริกปูม้า ทำกินเองที่บ้านได้

น้ำพริกปูม้า ส่วนประกอบและก็ขั้นตอนการทำ ทำได้ไม่ยาก

น้ำพริกปูม้า ส่วนประกอบสำหรับทำ
ปูม้า 2 ตัว
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
พริกขี้หนูสวน 6-10 เม็ด
กระเทียม 4 กลีบ
ตะไคร้ 1 ต้น นำมาซอบยหยาบๆ
น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
ผักสดๆสำหรับทานคู่กับน้ำพริก อย่างเช่น แตงกวา มะเขือ ผักกาดแก้ว ผักกะหล่ำปลี ฯลฯ

ขั้นตอนการทำน้ำพริกปูม้า
เริ่มที่การนำปูม้ามานึ่งให้สุกก่อน และ นำมาแกะเอาเฉพาะเนื้อปู โดยเทคนิคการนึ่งเนื้อปู ให้ใส่ตะไคร้ลงไปน้ำนึ่ง ให้มีกลิ่นหอมของตะไคร้
นำเนื้อปูมาโขรกให้ละเอียด แล้วหลังจากนั้น ใส่ พริกขี้หนู กระเทียม ลงไปโขรกให้ละเอียด
แล้วเอามาปรุงรสด้วย น้ำตาลปีบ น้ำปลา และ น้ำมะนาว ผสมให้เครื่องปรุงกับส่วนผสมทั้งหมด
เสริฟ น้ำพริก ใส่ชาม พร้อมด้วยผักสดๆเพียงเท่านี้ก็ได้น้ำพริกอร่อยๆสำหรับวันนี้

ที่มา nlovecooking

ทาร์ตไข่ รสชาติกลมกล่อม

ทาร์ตไข่ หน้าสวยไม่ไหม้

ทาร์ตไข่ ส่วนประกอบ (สำหรับ 5 ชิ้น)
แป้งอเนกประสงค์ 115 กรัม
แป้งข้าวโพด 15 กรัม
เนยจืด อุณหภูมิห้อง 60 กรัม
น้ำตาล 20 กรัม
เกลือนิดหน่อย
ไข่แดง (น้ำหนัก 15 กรัม) 1 ฟอง

ส่วนประกอบ คัสตาร์ดไข่
น้ำร้อน 100 กรัม
น้ำตาล 45 กรัม
ไข่ไก่ (น้ำหนักไข่รวมเปลือก 60 กรัม) 1 ฟอง
ไข่แดง (น้ำหนัก 15 กรัม) 1 ฟอง
นมข้นจืด 40 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีการทำแป้งทาร์ต
ผสมเนย แป้งอเนกประสงค์ แป้งข้าวโพด น้ำตาล และเกลือให้เข้ากัน จนถึงเนื้อแป้งคล้ายกับเม็ดทราย
ใส่ไข่แดงลงไป ผสมให้เข้ากันจนถึงเป็นเนื้อเดียว รวมทั้งปั้นเป็นก้อนได้
ห่อแป้งด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำไปพักไว้ในตู้แช่เย็นประมาณ 30 นาที

แนวทางการทำคัสตาร์ดไข่
เทน้ำตาลทรายใส่อ่างผสมทนความร้อน เติมน้ำร้อน คนจนน้ำตาลละลายหมด พักไว้จนกระทั่งเย็น
ตอกไข่ใส่อ่างผสม ใส่ไข่แดง รวมทั้งกลิ่นวานิลลา ตีผสมรวมกัน เติมนมข้นจืด คนผสมให้เข้ากัน
เทน้ำเชื่อมลงในส่วนประกอบไข่ คนให้เข้ากัน
กรองส่วนประกอบไข่แล้วพักไว้ในตู้เย็นเพื่อรอใส่พิมพ์อบ

วิธีการทำทาร์ตไข่
นำแป้งทาร์ตที่พักไว้ออกมาแบ่งให้ได้ 5 ชิ้นเท่าๆกัน
นำแป้งทาร์ตแต่ละก้อนมากดลงในพิมพ์ (ไม่ได้ทาเนยที่พิมพ์ค่ะ) โดยให้แป้งหนาเท่าๆกัน ทำขอบแป้งทาร์ตให้เลยขึ้นมาจากถ้วยอะลูมิเนียมนิดหน่อย เพราะเวลาแกะขนมค่อนข้างจะได้แกะง่ายมากยิ่งขึ้น ใช้มีดตกแต่งขอบเพื่อสวยขึ้น ทำจนครบ 5 ถ้วย
นำคัสตาร์ดมาคนจนเข้ากัน แล้วเทใส่ลงไปในถ้วยทาร์ตที่เตรียมไว้ ส่วนประกอบจะพอดีสำหรับ 5 ถ้วย
นำไปอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส โดยประมาณ 20-23 นาที แล้วแต่เตาอบ แต่ของที่บ้านใช้เวลา 23 นาที นำมาพักไว้จนกระทั่งเย็นแล้วจึงถอดออกจากพิมพ์ เสิร์ฟได้
เช็กขนมสุกโดยการใช้ไม้จิ้มลงไป หากไม่มีอะไรติดขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว
เบาๆแกะออกมาจากพิมพ์นะคะ โดยใช้เล็บค่อยๆแงะรอบขอบขนมค่ะ แล้วค่อยๆคว่ำพิมพ์เพื่อขนมหลุดออกมาค่ะ

ที่มา cooking.kapook

ขนมเปี๊ยะ ทำสร้างรายได้ง่ายๆ

ขนมเปี๊ยะ สูตรขนมน่าอร่อย

ส่วนประกอบ ไส้ไข่เค็มลาวา
ไข่เค็มแดงสุก 18 ฟอง (นำไปเวฟ 1 นาที หรือนำไปนึ่ง)
วิปปิ้งครีม 250 กรัม
นมข้นหวาน 100 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ผงคัสตาร์ด 50 กรัม
เนยเค็มละลาย 70 กรัม

ส่วนประกอบ แป้งชั้นนอก
แป้งอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 120 กรัม
แป้งเค้ก 80 กรัม
น้ำตาลทราย 35 กรัม
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
เนยรำข้าว 25 กรัม
น้ำมันพืช 25 กรัม
น้ำเปล่า 75 กรัม

ส่วนประกอบ แป้งชั้นใน
แป้งอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 70 กรัม
แป้งเค้ก 30 กรัม
น้ำมันพืช 20 กรัม
เนยรำข้าว 20 กรัม

ส่วนประกอบ ไข่แดงทาหน้าขนม
ไข่แดง 1 ฟอง
สีผสมอาหารสีเหลือง 1/2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 3-4 หยด
งาขาวคั่ว

ขั้นตอนการทำไส้ไข่เค็มลาวา
นำไข่เค็มแดงไปนึ่งหรือเข้าไมโครเวฟให้สุก แล้วเอามาบดหยาบๆนำส่วนประกอบทั้งหมดใส่โถปั่นให้ละเอียดปั่นส่วนประกอบเสร็จแล้วเทใส่กล่องปิดฝา นำไปแช่ช่องแข็งข้ามคืน หลังจากแช่แข็งข้ามคืนเรียบร้อย พรุ่งนี้ใช้ที่ตักไอศกรีม ปั้นเป็นลูกๆขนาด 23 -25 กรัม ประมาณ 28-29 ลูก นำไส้ที่เราปั้นเสร็จแล้วไปแช่ช่องแข็งอีก 30 นาที หลังจากนั้นก็นำมาห่อได้เลยจ้ะ

ขั้นตอนการทำไข่แดงสำหรับทาหน้าขนม
ผสมไข่แดง หยดสีผสมอาหารสีเหลือง เติมน้ำเปล่า ใส่น้ำมันพืช คนให้เข้ากัน

แนวทางการทำแป้งขนมเปี๊ยะ
ทำแป้งชั้นนอกโดยร่อนแป้งอีกทั้ง 2 ชนิดรวมกัน ใส่เกลือลงไปด้วยตอนร่อน และเตรียมภาชนะสำหรับนวด
นำน้ำตาลทรายและน้ำเปล่า ผสมรวมกัน คนให้น้ำตาลละลาย ใส่ส่วนประกอบทุกอย่างลงในภาชนะแล้วนวดจนแป้งเนียนนุ่ม ไม่ติดมือ ใช้เวลาราวๆ 25-30 นาที นวดเสร็จแล้วให้ใช้พลาสติกคลุมไม่ให้อากาศเข้า พักแป้งไว้ 30 นาที
ทำแป้งชั้นในโดยร่อนแป้งทั้ง 2 ชนิดรวมกัน ใส่เนยรำข้าวกับน้ำมันพืชลงในแป้ง แล้วนวดจนปั้นเป็นก้อนได้ เสร็จแล้วก็ใช้พลาสติกหุ้มไม่ให้อากาศเข้า พักแป้งไว้ 30 นาที ก้อนใหญ่แป้งชั้นนอก ก้อนเล็กแป้งชั้นใน พอครบ 30 นาที แบ่งแป้งชั้นนอกกับแป้งชั้นในออกเป็นประเภทละ 10 ก้อน โดยแป้งชั้นใน ปั้นก้อนละ 13-14 กรัม แล้วก็แป้งชั้นนอก ปั้นก้อนละ 35-36 กรัม ห่อแป้งชั้นนอกกับชั้นในเข้าด้วยกัน แล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 1 คืน ไม่ต้องแช่ตู้เย็นวางไว้อุณหภูมิห้อง นำแป้งที่พวกเราหมักไว้ 1 คืนมารีดเป็นรูปวงรียาวๆแล้วม้วนให้เป็นแท่ง เสร็จแล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 20-30 นาที พอครบ 30 นาทีก็มารีดอีกครั้ง ให้รีดตามยาวแล้วม้วนให้แน่น เสร็จแล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 20-30 นาที
หลังจากนัดตัดแป้งออกเป็น 2 ชิ้นแล้วรีดให้เป็นรูปกลมๆใส่ไส้ลาวาลงไป (รีดแป้งให้เสร็จก่อนค่อยห่อไส้ ด้วยเหตุว่าตัวไส้ละลายเร็ว)
เสร็จแล้วจัดเรียงใส่ถาด นำเข้าเตาอบ ใช้ไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส อบรอบแรก ราวๆ 5-6 นาที
นำออกมาทาหน้าด้วยไข่แดง อบรอบที่สอง ราวๆ 4-5 นาที แล้วนำออกจากเตาพักให้เย็น

ที่มา cooking.kapook

หมูหยอง รสชาติอร่อย สามารถเก็บได้นาน

หมูหยอง ส่วนผสมและก็ขั้นตอนการทำ

หมูหยอง ส่วนประกอบ
เนื้อหมูส่วนสะโพก 1 กก.
โป๊ยกั๊ก 5-10 ดอก
อบเชย 3-5 แท่ง
ลูกผักชี 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปีบ 5 ช้อนโต้ะ
ซอสปรุงรส 15 ช้อนโต้ะ

ขั้นตอนการทำหมูหยอง
นำ โป๊ยกั๊ก อบเชย รวมทั้ง ลูกผักชี ไปคั่วในกระทะ ให้หอม หลังจากนั้นนำมาห่อผ้าขาวบางเอาไว้
จัดแจงหม้อต้มน้ำ ให้เดือด นำผ้าขาวบางห่อ เครื่องเทศลงไปต้ม และก็ นำเนื้อหมูลงไปต้มให้สุก ใช้เวลาต้ม 2 ชั่วโมง
เมื่อได้เนื้อหมูสุกพอดี นำขึ้นมาพักไว้ให้เย็น หลังจากนั้นเอามาเนื้อหมูมาหั่นให้ มีขนาดความยาวราว 2 นิ้ว
แล้วหลังจากนั้นนำเนื้อหมูมาโขรกให้ เนื้อหมูแตกเป็นเส้นๆจากนั้นก็พักเอาไว้ก่อน
ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่ น้ำตาลปีบ และ ซอสปรุงรส ลงไปคั่วให้น้ำตาลและก็ซอสปรุงรสละลายเข้ากัน
เมื่อได้ซอสที่พร้อมแล้ว นำเนื้อหมูที่โขรกเป็นเส้นๆแล้ว ลงไปคั่วในกระทะ คั่วไปเรื่อยๆใช้เวลา 2 ชั่วโมง คั่วจนเนื้อหมูแห้งและฟู
เมื่อหมูหยองเหมาะ ก็นำออกมาผึ่งให้แห้ง 1 คืน ก็สามารถเก็บใส่ภาชนะ พร้อมกินได้

ที่มา nlovecooking

กุ้งทอดราดพริก นำกุ้งตัวโตๆมาทอดให้หวานอร่อย

กุ้งทอดราดพริก นำกุ้งมาทอดราดด้วยซอสสูตรพิเศษ

กุ้งทอดราดพริก ส่วนประกอบสำหรับทำ
กุ้งตัวใหญ่ 6 ตัว
พริกขี้หนูสวนบด 5-6 เม็ด
กระเทียมบด 2 กลีบ
น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
ใบกระเพรา 1 จาน
พริกแห้งทอด 4-5 เม็ด
น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย (กะให้พอท่วมตัวกุ้งที่ทอด)

วิธีการทำกุ้งทอดราดพริก
เริ่มจากการเตรียมกุ้งก่อน นำกุ้งออกมาแบ่งออก 4 ตัว ให้เกาะเปลือก แต่ให้เหลือหัวและหางไว้ สำหรับจะนำไปทอดทั้งตัว ส่วนที่เหลืออีก 2 ตัว ให้นำเอาเนื้อมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดิบพอดีคำ
หลังจากนั้นนำ ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำกุ้ง ลงไปทอด กระทั่งสุกเหลืองสุก ทอดแบบสะดุ้งไฟ ทอดทั่งกุ้งที่เป็นตัวและกุ้งที่แยกเป็นส่วนเนื้อ จากนั้นนำมาพักใส่จานไว้ก่อน
นำใบกระเพราไปล้างให้สะอาด แล้วสะเด็ดให้แห้งน้ำก่อน แล้วต่อจากนั้นนำใบกระเพราลงไปทอดให้กรอบ หลังจากนั้นนำใบกระเพราทอดมาพักเอาไว้ก่อน
เริ่มทำซอส โดย ตั้งกระทะให้ร้อน นำพริกขี้หนูสวน และ กระเทียม ลงไปผัด แล้วใส่ น้ำตาลปีบ น้ำปลา แล้วก็ น้ำมะขามเปียกลงไป ผัดให้ส่วนประกอบเหนียวละลายเป็นเนื้อเดียวกัน เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำซอสสูตรพิเศษแล้ว
นำซอสไปราดบนจานกุ้งที่เตรียมเอาไว้แล้ว โรยหน้าด้วยใบกระเพรากรอบและพริกแห้งทอด เสริฟกินได้ ทานกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ

ที่มา nlovecooking