ขนมตาลนึ่ง สามารถขายเป็นรายได้เสริมได้

ขนมตาลนึ่ง ส่วนประกอบ ขั้นตอนการทำ

ขนมตาลนึ่ง ส่วนประกอบ
แป้งอเนกประสงค์ 275 กรัม
ไข่ 3 ฟอง
น้ำตาลทรายป่น 100 กรัม
น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำมันถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
ครีมออฟทาทา 1 ช้อนชา(หากไม่มีใช้น้ำมะนาว)
หัวกะทิ 200 กรัม
เนื้อตาล 350 กรัม

วิธีการทำ ขนมตาลนึ่ง
1.นำน้ำตาลมะพร้าวละลายในหัวกะทิใส่น้ำมันถั่วเหลืองคนให้เข้ากันแล้วพักไว้ ร่อนแป้งเกลือ ผงฟู เบคกิ้งโซดา รวมกันแล้วพักไว้
2.ตอกใข่ใส่อ่างผสมใส่ครีมออฟทาทา(หากไม่มีให้ใช้น้ำมะนาวแทน)ตีด้วยสปีดต่ำจนไข่เริ่มเป็นฟองเร่งสปีดเป็นสปีดแรงตีให้ใข่เปลี่ยนเป็นสีขาวค่อยๆใส่น้ำตาลทรายป่นลงไปจนหมดตีจนเป็นโฟมเนียน
3.แบ่งใส่เนื้อตาลลงไปสัก2-3รอบตีให้เหมาะ ค่อยๆใส่กะทิลงไปตีด้วยสปีดต่ำ
4.ค่อยใส่แป้งตีด้วยสปีดต่ำแบ่งใส่สัก2รอบใช้พายปากขอบอ่างค่อยๆตะล่อมแป้งสัก3-4ครั้ง
5.ตักใส่ถ้วยฟรอยใส่เนื้อเค้ก3/4ของถ้วย ใส่ลังถึงนึ่งด้วยน้ำเดือด15นาที
6.นึ่งครบ15นาทีเปิดฝาออกออกระวังไม่ให้ไอน้ำจากฝาลังถึงหยดใส่ตัวขนม

ที่มา cookpad

ขนมเค้กเจ ขนมสำหรับคนกำลังกินเจ

ขนมเค้กเจ ส่วนประกอบและก็วิธีการทำ

ขนมเค้กเจ ส่วนประกอบ
แป้งอเนกประสงค์ 1 +1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาล 1 ถ้วยตวง
ผงโกโก้ 1/2 ถ้วยตวง
เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1/3 ถ้วยตวง
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำร้อน 1 ถ้วยตวง

แนวทางการทำ ขนมเค้กเจ
1.ผสม แป้ง น้ำตาล ผงโกโก้ เกลือ เบกกิ้งโซดา ร่อน 2 รอบ
2.ผสม น้ำส้มสายชู น้ำมันพืช น้ำร้อน
3.เทแป้งลงทีละนิด ตีให้เข้ากันจนหมด
4.ไม่ต้องพักแป้ง ตักใส่ถ้วย นำไปนึ่งได้เลย ใช้ไฟแรง 25 นาที
5.เสร็จเรียบร้อยจ้ะ พร้อมรับประทาน

ที่มา cookpad

บัวลอยช็อคโกแลตลาวา ดัดแปลงขนมไทยเป็นสไตล์เข้ากับขนมยุคนี้

บัวลอยช็อคโกแลตลาวา ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ

บัวลอยช็อคโกแลตลาวา ส่วนผสม
แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
ผงโกโก้ 4 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
ดาร์กช็อกโกแลต
นมข้นจืด 2 กระป๋อง สำหรับนมสด
นมข้นหวาน 1/3 ถ้วย
กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำบัวลอยช็อคโกแลตลาวา
1.ผสมแป้งข้าวเหนียวกับผงโกโก้ ตามด้วยนมข้นจืด นวดจนแป้งขึ้นเงา
2.ปั้นแป้งให้เป็นก้อนกลม ให้ใหญ่กว่าดาร์กช็อกโกแลตที่เตรียมไว้ จากนั้นก็นำดาร์กช็อคโกแลตสอดไส้ไปตรงกลาง แล้วปั้นแป้งให้เป็นก้อนกลมๆ เหมือนเดิม
3.ตั้งน้ำให้เดือด เสร็จแล้วก็นำแป้งบัวลอยลงไปลวกจนสุก จากนั้นก็นำมาแช่น้ำเย็น
4.เตรียมนมสด โดยเทนมข้นจืดลงในหม้อ ตามด้วยนมข้นหวาน เติมกลิ่นหอมของวานิลลาและตัดรสด้วยเกลือ
5.เสร็จแล้วก็นำบัวลอยขึ้นจากน้ำเย็น นำลงไปต้มต่อในนม เสร็จแล้วก็ตักใส่ชามเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ที่มา food.mthai

ขนมถั่วแปบ อร่อยแป้งเหนียวนุ่มหยุดไม่อยู่

ขนมถั่วแปบ ส่วนประกอบและก็วิธีการทำ

ขนมถั่วแปบ ส่วนประกอบ
ส่วนที่ 1 แป้งใบเตย
แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำใบเตย (ทยอยใส่) 1/4 ถ้วย
ส่วนที่ 2 แป้งอัญชัน

แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำอัญชัน (ทยอยใส่) 1/4 ถ้วย

ส่วนที่ 3 แป้งขาว
แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำเปล่า (ทยอยใส่) 1/4 ถ้วย

ส่วนประกอบอื่นๆ
มะพร้าวขูด 100 กรัม
ถั่วเขียว (นึ่ง) 100 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
งาขาว (คั่ว) 4 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา

แนวทางการทำ ขนมถั่วแปบ
1. แบ่งถ้วยเป็น 3 ถ้วย แบ่งแป้งให้เท่าๆกันทุกถ้วย แล้วต่อจากนั้นก็ใส่แป้งมันและก็เกลือลงไปทุกถ้วย
2. ผสมใบเตย น้ำอัญชัน แล้วก็น้ำเปล่า ผสมลงไปแต่ละถ้วย ทยอยใส่ลงไปแล้วนวดจนได้แป้งสามสี ต่อจากนั้นก็ปั้นแล้วกดให้แบน แล้วนำแป้งไปต้มกระทั่งแป้งสุก ต่อจากนั้นก็ตักขึ้นมาแช่ลงในน้ำเปล่า
3. นำแป้งมาคลุกกับมะพร้าวขูด แล้วห่อถั่วเขียว กดปิดให้มิด
4. เสร็จรวมทั้งเรียงใส่จาน โรยด้วยน้ำตาลผสมงาขาวและก็เกลือ เสร็จก็ใส่จานเสิร์ฟโดยทันที

ที่มา food.mthai

เปียกปูนสดใบเตย ขนมไทยโบราณกลิ่นหอมใบเตยชวนน่าลิ้มลอง

เปียกปูนสดใบเตย ส่วนประกอบและขั้นตอนการทำ

เปียกปูนสดใบเตย ส่วนประกอบ
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
แป้งมัน ¼ ถ้วยตวง
น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
น้ำใบเตย 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ ¼ ถ้วยตวง
กะทิ 1 ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า ½ ช้อนชา
งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

แนวทางการทำเปียกปูนสดใบเตย
1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง น้ำปูนใส รวมทั้งน้ำใบเตย เข้าด้วยกัน นวดกระทั่งเข้ากัน ระวังไม่ให้จับตัวกันจนเป็นก้อน ใส่เกลือ น้ำตาลปีบ นวดต่อให้ถูกกัน
2. แล้วต่อจากนั้นกรองส่วนประกอบทั้งหมดด้วยผ้าขาวบาง หรือจะกรองด้วยที่กรองก็ได้ ตั้งกระทะ เปิดไฟกลาง อย่าใช้ไฟแรงเพราะแป้งจะจับตัวเป็นก้อนในทันที
3. เริ่มกวนไปจนกระทั่งแป้งเริ่มเหนียวก็ปรับไฟเป็นไฟอ่อน จนเนื้อขนมเนียนเข้ากันดี ให้แป้งเหนียวติดไม้พายก็ใช้ได้
4. ตักของหวานใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยกะทิสด และขางาวคั่ว

ที่มา food.mthai

ไดฟูกุแมวน้ำ เมนูที่น่ารักและน่าลิ้มลอง

ไดฟูกุแมวน้ำ ขนมยามว่างทำรับประทานเองได้ง่ายๆ

ไดฟูกุแมวน้ำ ส่วนประกอบ
แป้งข้าวเหนียว 140 กรัม
แป้งมัน 110 กรัม
แป้งข้าวโพด 15 กรัม
น้ำตาล 40 กรัม
น้ำ 200 มล.
สตรอว์เบอร์รี
ถั่วแดงกวน
ไวท์ช็อกโกแลตละลาย
ดาร์กช็อกโกแลตละลาย

วิธีทำไดฟูกุแมวน้ำ
1.นำถั่วแดงกวนที่ซื้อสำเร็จรูปมากระทำกวนซ้ำในกระทะ เพราะปกติเวลาซื้อในกระป๋องมาจะมีน้ำเยอะไปค่ะ เราจะมากวนซ้ำเพื่อกำจัดน้ำออก กวนจนถึงสามารถปั้นได้ไม่ติดมือ
2.แล้วหลังจากนั้นผสมแป้งมัน แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด น้ำตาล รวมทั้งน้ำ คนให้เข้ากัน ยังไม่ต้องตั้งไฟนะจ๊ะ
3.เมื่อส่วนประกอบแป้งเหมาะก็ดี นำขึ้นตั้งไฟ กวนด้วยไฟอ่อน กวนจนส่วนผสมไม่ติดกระทะรวมทั้งไม้กวน พักไว้ให้เย็น
4.ล้างสตรอว์เบอร์รีให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วเอามาผ่าครึ่ง
5.นำสตรอว์เบอร์รีมาจุ่มในไวท์ช็อกโกแลต แล้ววางพักไว้บนกระดาษขาว
6.โรยแป้งนวล (แป้งมัน) ลงบนพื้นผิวที่อยากได้นวดแป้ง ถือแป้งมาส่วนหนึ่งนวดและคลึงให้เป็นแผ่นบาง 2-3 มิลลิเมตร
7.นำสตรอว์เบอร์รีผ่าครึ่งมาวาง โดยหันด้านป้านของสตรอว์เบอร์รีมาชนกัน แล้วต่อจากนั้นนำถั่วแดงกวนมากดเป็นแผ่นบางแล้ววางบนสตรอว์เบอร์รี วางทับด้วยแป้ง กดและจัดทรงของหวานให้สวยงาม
8.พลิกขนมหงายขึ้น พับแป้งขึ้นมาด้านหนึ่งเพื่อทำท่อนหัว ต่อจากนั้นค่อยๆห่อแป้ง และเก็บตะเข็บให้มิด เหลือแป้งด้านท้ายไว้ทำเป็นหาง
9.จัดทรงขนมให้สวยงาม ใช้มีดผ่าหางให้แยกออก นำแป้งส่วนเล็กๆมาปั้นทำแขนของแมวน้ำ ทาด้วยน้ำเล็กน้อยแล้วค่อยๆแปะเข้าไปที่ลำตัว
10.ละลายดาร์กช็อกโกแลต แล้วก็ใช้ไม้ปลายแหลม ค่อยๆวาดตา คิ้ว และปาก

ที่มา cooking.kapook

ขอนำเสนอของหวาน ขนมเค้กนมเย็น สีสวยน่ารับประทาน

ขนมเค้กนมเย็น ทำรับประเทานเองได้อย่างง่ายดายที่บ้าน

ขนมเค้กนมเย็น ส่วนประกอบ (ใช้พิมพ์ฟอยล์ เบอร์ 4436-P ได้ประมาณ 12-13 ถ้วยค่ะ)
ไข่แดง (เบอร์ 2) 3 ฟอง
นมข้นหวาน 30 กรัม
นมจืด 30 กรัม
น้ำมันพืช 30 กรัม
น้ำแดง ตราเฮลซ์บลูบอย 10 กรัม
กลิ่นวานิลลา หรือกลิ่นสตรอว์เบอร์รี ราวๆ 1/2 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
แป้งเค้ก 80 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา

ส่วนประกอบ ไข่ขาว
ไข่ขาว (เบอร์ 2) 3 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
น้ำตาล 35 กรัม

ส่วนประกอบ หน้านุ่มนมเย็น
ผงวุ้น 1 ช้อนชา
น้ำ 200 มล.
น้ำตาล 40-50 กรัม
นมข้น 50 กรัม
น้ำแดง ตราเฮลซ์บลูบอย 50 กรัม
แป้งข้าวโพด 20 กรัม
นมจืด 250 มล.
เนยสด 50 กรัม

วิธีการทำขนมเค้กนมเย็น
1.ทำส่วนประกอบตัวเค้กโดยตีไข่แดงกับนมข้นหวานพอเข้ากัน แล้วใส่นม น้ำมันพืช น้ำแดงเฮลซ์บลูบอย และก็กลิ่นสตรอว์เบอร์รีหรือกลิ่นวานิลลาก็ได้จ้ะ ตีจนเข้ากันดีร่อนแป้งกับผงฟูลง2.ไปในชามผสม ตะล่อมจนเหมาะ แต่อย่านานมากสักครู่เค้กจะเหนียว
3.ทำส่วนประกอบไข่ขาวโดยตีไข่ขาวจนกระทั่งเป็นฟองหยาบแล้วใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ตีพอเพียงเหมาะ จากนั้นทยอยใส่น้ำตาลลงไป แบ่งใส่สัก 3 ครั้ง ตีจนตั้งยอดตักไข่ขาวมาบางส่วนใส่4.ชามไข่แดงที่ผสมไว้ ตะล่อมค่อยจนถึงเข้ากัน เพียงพอเหมาะแล้วหลังจากนั้นก็ใส่ที่เหลือลงไปตะล่อมจนถึงเนียนเข้ากัน
5.เทลงในพิมพ์ สูงประมาณ 3/4 ของพิมพ์ แล้วต่อจากนั้นนำไปอบอุณหภูมิ 170-180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที เปิดไฟบน-ด้านล่าง พอเพียงอบเสร็จแล้วหลังจากนั้นก็พักจนเย็นสนิท

วิธีการทำหน้านิ่ม
1.ผสมผงวุ้นกับน้ำ แล้วพักไว้ 10 นาที
2.ใส่น้ำตาล นมข้นหวาน น้ำแดงเฮลซ์บลูบอย และก็แป้งข้าวโพด ลงในชามผสม ใช้ตะกร้อคนจะกว่าจะเข้ากัน แล้วค่อยๆเติมนมลงไป คนส่วนประกอบให้เหมาะ
3.นำหม้อที่ผสมน้ำกับผงวุ้นพักไว้ตั้งไฟกลางๆจนเดือดและผงวุ้นละลาย ต่อจากนั้นนำส่วนประกอบเมื่อสักครู่เทลงไป คนจนข้นขึ้น พอเพียงข้นและจากนั้นก็ดับเตาแล้วเพิ่มเนยลงไป คนจะ4.กว่าจะเข้ากัน นำออกมาคนต่อด้านนอก อย่าคนเร็วหรือแรงไปด้วยเหตุว่าจะก่อให้กำเนิดฟองอากาศเยอะนะคะ
5.เทหน้านิ่มลงไปให้เต็มพิมพ์ จากนั้นเคาะไล่ฟองอากาศ
6.พักให้หน้านิ่มเซตตัวโดยประมาณ 20-30 นาที พออุ่นลงเอาไปแช่เย็น จะได้รับประทานเค้กหน้านิ่มนมเย็นแบบอร่อยสดชื่นจ้า

ที่มา cooking.kapook

ทุเรียนทอด ไร้กลิ่นและรสชาติถูกอกถูกใจแน่นอน

ทุเรียนทอด ไปดูส่วนประกอบและขั้นตอนการทำง่ายๆกัน

ทุเรียนทอด ส่วนประกอบ
ทุเรียนแก่
น้ำมันพืช
เกลือป่น

ทุเรียนทอดกระบวนการทำ
1.เลือกเนื้อทุเรียนแก่เพราะว่าทุเรียนแก่จะมีความแข็ง ทำให้นำไปทอดได้ง่าย
2.คว้านเม็ดทุเรียนออก ใช้มีดปอกผลไม้ฝานเนื้อทุเรียนให้บางที่สุด
3.ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม พอน้ำมันเริ่มร้อนแล้วนำทุเรียนที่ฝานบางๆลงไปทอดได้เลย ไม่ต้องไปคนอะไรมากมาย ป้องกันไม่ให้เนื้อทุเรียนเละ เป็นชิ้นไม่สวย
4.เมื่อทุเรียนเริ่มลอยขึ้นมาเหนือน้ำมันแล้ว ใช้กระชอนตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หรือถ้าเกิดต้องการให้แห้งสนิท ให้นำไปอบไล่ความมันแล้วก็ความชื้นออก
5.เสร็จแล้วให้โรยเกลือเพิ่มความเค็ม แล้วค่อยนำไปรับประทานในทันที หรือ ทานไม่หมดให้เก็บไว้ในภาชนะที่ปิดแน่นสนิทเพื่อคงความกรอบ

ที่มา food.mthai

ขนมชั้น ขนมหวานไทยรับประทานเท่าไรก็ไม่น่าเบื่อ

ขนมชั้น ความหนุบหนับอร่อยเพลิน

ขนมชั้น ส่วนประกอบ
แป้งข้าวเจ้า 40 กรัม
แป้งท้าวยายม่อม 40 กรัม
แป้งมัน 300 กรัม
กะทิ 500 มล.
น้ำตาล 500 กรัม
ใบเตย 3-4 ใบ
กลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา
น้ำใบเตย 1/4 ถ้วย

ขนมชั้นกระบวนการทำ
1.ผสมน้ำตาลกับน้ำกะทิ แล้วนำไปตั้งไฟอ่อนๆพอให้อุ่นกระทั่งน้ำตาลเริ่มละลาย ไม่ต้องต้มให้เดือด เสร็จแล้ววางพักไว้
2.ผสมแป้งทั้งยังสามอย่างเข้าด้วยกัน และหลังจากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มกะทิลงไป คนจนแป้งละลาย หากไม่แน่ใจว่าแป้งละลายหมด ให้นำไปกรองกับกระชอนตาถี่
3.แบ่งน้ำกะทิไว้สองชาม ชามแรกผสมกลิ่นมะลิลงไป คนให้เข้ากัน อีกหนึ่งชามใส่น้ำใบเตยลงไป คนจนเข้ากัน
4.จัดเตรียมพิมพ์สำหรับขนมชั้น ใส่น้ำในลังถึง ต้มน้ำจนเดือด แล้วนำแม่พิมพ์ลงไปนึ่งวอร์มก่อน 15 นาที
5.เสร็จแล้วก็เทขนมลงไปทีละชั้น ชั้นละเท่าๆกัน ระหว่างสลับสีกันให้นึ่งชั้นละ 5 นาที จนเต็มแม่พิมพ์
6.นึ่งเสร็จแล้ว นำขนมออกมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม จัดเรียงใส่จานเสิร์ฟ หรือใส่กล่องสวยๆก็ได้จ้ะ

ที่มา food.mthai

เจแปนนิสชีสขนมเค้ก เค้กยอดฮิต

เจแปนนิสชีสขนมเค้ก เค้กนุ่มละมุนลิ้น

เจแปนนิสชีสขนมเค้ก ส่วนประกอบ
ครีมชีส 250 กรัม
เนยจืด 100 กรัม
วิปปิ้งครีม 100 กรัม
นมสด (รอบที่ 1) 100 กรัม
นมสด (รอบที่ 2) 60 กรัม
แป้งข้าวโพด 30 กรัม
ไข่แดง 150 กรัม
กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ขาว 240 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทรายละเอียด 150 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง ตามชอบ
ผงโกโก้ ตามชอบ
ช็อคโกแลต ตามชอบ

กระบวนการทำเจแปนนิสชีสขนมเค้ก
1. ผสมครีมชีส เนยจืด วิปปิ้งครีม และนมสด ลงชามผสม แล้วคนให้พอละลาย
2. นำไปคนบนหม้อที่ต้มน้ำเดือดไว้ คนยากจนครีมเนื้อเนียน แล้วก็นำลงมาจากหม้อ
3. เทนมสดแยกไว้ถ้วยชามเล็กแล้วผสมแป้งข้าวโพดลงไป
4. เทนมที่ผสมแป้งข้าวโพด ลงไปผสมรวมกับส่วนประกอบแรก ทยอยเทลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
5. ใส่ไข่แดง กลิ่นวานิลลา และก็น้ำเลมอนลงไป แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นก้นำไปกรองเอาเศษแป้งออก
6. ตีไข่ขาวให้คืนฟู แล้วต่อจากนั้นก็ผสมครีมออปทาร์ทาร์ รวมทั้งน้ำตาลละเอียด ตีจนถึงตั้งยอดได้ จากนั้นก็เอามาผสมกับส่วนประกอบแรก ค่อยๆตล่อมจนเหมาะ แล้วก็เทลงแม่พิมพ์
7. นำเค้กเข้าเตาอบด้วยความร้อน 120 องศา ใช้เวลา 90 นาที เมื่ออบออกมาแล้วก็แกะออกจากแม่พิมพ์ โรยน้ำตาลไอซิ่งให้ทั่ว
8. ตกแต่งหน้าด้วยช็อคโกแลตตามใจชอบได้เลยจ้ะ

ที่มา food.mthai